Archives

กรุงเทพฯ เข้าโหมดเงียบสงัดในหน้าเทศกาล

Bangkok enters silent mode on the festival page.pic

เนื่องจากปัจจุบันนั้นแรงงานที่เข้ามาทำงานในจังหวัดกรุงเทพมีค่อนข้างมาก บางคนดั้งเดิมเป็นคนต่างจังหวัดแต่มาสร้างครอบครัวที่นี่ บางคนก็เข้ามาเพื่อทำงานหาเลี้ยงครอบครัวทางบ้าน ส่วนน้อยมากที่จะเป็นคนกรุงเทพฯ แท้ๆ ในเทศกาลวันหยุดยาวต่างๆ คนส่วนใหญ่มักจะกลับต่างจังหวัดเพื่อไปหาครอบครัว กินเลี้ยงสังสรรค์ คล้ายกับเป็นวันรวมญาติเลยก็ว่าได้ เมื่อไหร่ที่ถึงวันหยุดยาว กรุงเทพฯ เมืองที่แสนวุ่นวายจะเงียบสงัดทันที ร้านค้าต่างๆ เช่น อาหารตามสั่ง ร้านขายของชำก็จะปิดเพราะคนกลับบ้านกันหมด ทำให้คนกรุงเทพฯ ในวันหยุดยาวหรือหน้าเทศกาลนั้นก็จะเพิ่งช้อปปิ้งสินค้าในห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นต้น

แต่บางทีการที่เราจะเดินทางไปต่างจังหวัดวันหยุดยาว เรามักจะเจอปัญหากับ ที่พักเต็ม รถทัวร์เต็ม เครื่องบินเต็ม หรือไปแล้วแต่เวลาขากลับไม่สามารถกลับมาได้ วันนี้เราจะมาบอกวิธีการเตรียมตัวเวลาที่จะไปต่างจังหวัดกัน ว่าควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  • เตรียมตัวเดินทางตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะคุณไม่ใช่คนเดียวจะต้องเดินทาง คนส่วนใหญ่มักจะเดินทางช่วงไกล้วันหยุดยาวอย่างน้อย 1 วัน ดังนั้นคุณต้องจองตั๋วทั้งที่พัก และเดินทางให้เรียบร้อย ห้ามชะล่าใจไปซื้อก่อนวันไป 1 -2 วันเด็ดขาด ยิ่งถ้าหากเดินทางโดยเครื่องบินด้วยแล้วต้องรีบจองล่วงหน้า 2-3 เดือนเลยเพราะจะได้ราคาตั๋วที่ถูกกว่าปกติ บางคนจองล่วงหน้าเป็นปีเลยก็มี
  • ก่อนที่จะไปคุณต้องวางแผนให้ดีว่าคุณจะไปที่ไหนบ้าง ลองหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเวลาคุณกลับบ้านจะได้ไม่เบื่อที่จะต้องนั่งอยู่บ้านอย่างเดียวไม่ได้ออกไปไหน
  • รู้จักเผื่อเวลาก่อนออกเดินทาง ก่อนที่คุณจะไปที่สนามบิน หรือหมอชิต จุดหมายทั้งสองนี้เรียกว่าจุดสมรภูมิก็เป็นได้ เพราะรถติดมาก ซึ่งถ้าหากไม่เผื่อเวลาก่อนออกไป คุณอาจจะเช็คอินไม่ทัน หรือตกรถทำให้ต้องเสียทั้งเงินและเวลากับการซื้อตั๋วใหม่
  • เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ก่อนที่คุณจะแพ็คกระเป๋า คุณต้องคิดอยู่เสมอว่า คุณจะเอาอะไรไปบ้าง ไปกี่วัน อากาศที่นั้นเป็นอย่างไร เพื่อเป็นการวางแผนและเตรียมความพร้อมไม่ให้บกพร่องระหว่างการเดินทาง
  • เช็คสถานที่ท่องเที่ยวในวันหยุดยาว บางสถานที่อาจจะเป็นสถานที่ยอดนิยมเกินไปจนทำให้เวลาเราไปเที่ยวแล้วรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก เสี่ยงต่อการพลัดหลงของลูกหลานอีกด้วย
  • เตรียมมือรับทุกสถานการณ์ ในเทศกาลวันหยุดยาวเวลาที่เรากลับบ้านนั้น คุณจะเห็นข่าวตามโทรทัศน์มากมายเช่น มีปัญหาบนท้องถนน กระเป๋าเดินทางหาย ตกเครื่องบิน ตกรถทัวร์ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเดินทางคือคุณต้องทำประกันภัยการเดินทางไว้ด้วย เดี๋ยวนี้ประกันภัยเขาครอบคลุมหมดทุกอย่างแล้วค่ะ

วันหยุดยาวปีนี้อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ดี ขอให้เดินทางปลอดภัยและมีความสุขกับคนที่รอคอยอยู่นะค่ะ

การสำนึกรักบ้านเกิดเดินตามรอยพ่อ


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 หรือที่คนไทยในสังคมเราเปรียบพระองค์ท่านเป็นดั่งพ่อที่ดูแลลูกๆ คนไทยกว่า 70 ล้านคนมายาวนาน มีพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ สิ่งที่คนไทยทุกคนทำเพื่อประเทศชาติยังไม่ได้เศษเสี้ยวที่พ่อทำให้กับประชาชนชาวไทยมาตลอดระยะเวลาครองราชย์กว่า 70 ปี โดยสิ่งหนึ่งที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเลือกทำตามแนวทางพระราชดำริของพระองค์ก็คือ การสำนึกรักบ้านเกิดเดินตามรอยพ่อ อยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง

สำนึกรักบ้านเกิดเดินตามรอยพ่อหลวง

หากจะนับถึงพระราชกรณียกิจ พระราชดำริ ของพระองค์ท่านคงไม่หวาดไม่ไหวเพราะมีอยู่มากมายเต็มไปหมด แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยคุ้นเคยมากๆ ก็คือ แนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียง นี่คือแนวความคิดที่พระองค์ท่านต้องการให้คนไทยทุกคนอยู่ด้วยความพอเพียง พออยู่พอกิน สิ่งไหนที่ทำแล้วมีความสุขก็เลือกทำโดยไม่ต้องเบียดเบียนผู้อื่น นอกจากนี้การใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงยังสอดคล้องกับการสำนึกรักบ้านเกิดเดินตามรอยพ่ออีกด้วย หลายคนคงอาจงงว่าอะไรคือการสำนึกรักบ้านเกิด จำเป็นต้องมีบ้านอยู่ต่างจังหวัดหรือไม่ แท้จริงแล้วการสำนึกรักบ้านเกิดตามรอยพ่อหลวงไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด อยู่กับท้องไร่ท้องนา ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ แต่การสำนึกรักบ้านเกิดคือการได้มาอยู่กับความเป็นตัวเองตามแหล่งกำเนิด ได้พัฒนาสิ่งต่างๆ อย่างเข้าใจ มีเหตุผล รู้ว่าสิ่งไหนเหมาะสมควรทำเพื่อให้บ้านเกิดของเรานั้นเจริญก้าวหน้าไปได้มากที่สุด ยกตัวอย่างหากใครมีบ้านต่างจังหวัดจริงการสำนึกรักบ้านเกิดตามรอยพ่อควบคู่เศรษฐกิจพอเพียงที่เห็นภาพชัดเจนง่ายๆ เช่น การทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ อยู่แบบพอมีพอกินพร้อมๆ กับการพยายามพัฒนาชุมชนหมู่บ้านของตนเองให้เจริญก้าวหน้าโดยการใช้ความรู้ความสามารถของตนเองร่วมมือกับคนอื่นๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือแนวพระราชดำริที่พระองค์ท่านต้องการให้คนไทยทุกคนเลือกปฏิบัติ เราไม่จำเป็นต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใครเพียงแค่มีชีวิตอย่างเป็นสุขเท่านี้ก็เพียงพอต่อการเกิดมาแล้ว

การมีความคิดสำนึกรักบ้านเกิดเดินตามรอยพ่อเป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่ดีอย่างหนึ่ง คนเราเกิดมาก็มาแต่ตัวตายไปก็ไปแต่ตัวเช่นกัน ดังนั้นการทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ ไม่เบียดเบียน สิ่งเหล่านี้คือเรื่องดีที่จะทำให้สังคมเราอยู่ได้อย่างเป็นสุข อยู่บ้านเราเองแบบพอมีพอกินไม่ต้องคิดมาก รู้จักแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กันเท่านี้เราก็สามารถสำนึกรักบ้านเกิดเดินตามรอยพ่อได้แบบง่ายๆ แล้ว อยู่ที่ไหนก็คงไม่สุขใจเท่าบ้านเราคำนี้ยังคงใช้ได้ตลอดมา

5 วิธีสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนบ้านเกิด

มักมีคำกล่าวว่าคนเราเมื่อจากมาตรงไหนหากมีโอกาสก็ควรกลับไปสร้างประโยชน์และทำความดีให้กับพื้นที่ที่จากมาด้วย ชุมชนบ้านเกิดของทุกคนเองก็เช่นกัน ไม่ว่าใครก็ต้องเคยมีพื้นฐานการอยู่ร่วมกับสังคมอื่นด้วยวิถีแห่งชุมชนกันทั้งนั้น มันคงเป็นเรื่องดีหากว่าเราสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนบ้านเกิดของเราได้ ไม่ว่าตอนนี้จะยังอาศัยอยู่ที่นั่นหรือไม่ก็ตาม มาดู 5 วิธีการสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนบ้านเกิดว่าสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

5 วิธีการสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนบ้านเกิด

  1. ใช้ของดีในชุมชนสร้างเป็นรายได้ – เชื่อว่าทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านจะต้องมีของดีเป็นของตัวเองอยู่แล้ว การเลือกนำเอาของดีดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำมาแปรรูป นำมาดัดแปลงเป็นงานฝีมือ และอื่นๆ โดยให้ชาวบ้านในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันทำพร้อมแบ่งรายได้อย่างเท่าเทียมเพียงแค่นี้ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนบ้านเกิดแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องออกไปไหนด้วยซ้ำ
  2. สร้างแหล่งท่องเที่ยวพร้อมให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม – หากว่าพื้นที่ในชุมชนมีจุดเด่นในการทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น มีสวนสวยๆ น้ำตก วัดวาอารม และอื่นๆ เราสามารถนำมาสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้พร้อมให้ผู้คนในชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อทำอาชีพเสริมกัน เช่น ขายอาหาร ขายของที่ระลึก ขายงานฝีมือ เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนบ้านเกิดได้ไม่ยาก
  3. นำงานฝีมือส่งขายนอกชุมชน – หากว่าชาวบ้านมีความสามารถในการทำงานฝีมือเก่งๆ เราก็สามารถนำเอางานฝีมือดังกล่าวมาต่อยอดสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้านได้ไม่ยากแค่นำมาวางขายตามพื้นที่ต่างๆ หรือหากขายดีมากจนโด่งดังการเปิดตลาดต่างประเทศยิ่งทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
  4. ใช้ผลิตผลทางการเกษตรเพิ่มรายได้ – หากว่าชุมชนมีผลิตผลทางการเกษตรเยอะจนส่งขายออกไม่หมด ไม่ได้ราคา เราอาจเลือกเอาผลผลิตดังกล่าวมาทำการแปรรูปพร้อมส่งขายหรือกลายเป็นของขึ้นชื่อของพื้นที่ได้ไม่ยาก แต่หลักการสำคัญก็คือต้องมีการแบ่งปันความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ว่าใครทำเก่งคนนั้นก็ได้เยอะแบบนี้มันจะไม่สร้างความสามัคคีที่ดีให้กับชุมชนอย่างที่ควร
  5. นำความรู้พัฒนาให้เกิดรายได้ทางอื่นๆ – แต่ละพื้นที่ชุมชนจะมีจุดเด่นต่างกันออกไปหากว่าเรายังคิดไม่ออกในการนำสิ่งใดมาสร้างรายได้ให้กับชุมชนก็ลองนำเอาความรู้ที่ตนเองมีมาพูดคุยกันกับคนอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้หลากหลายทางที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น การทำไร่นาส่วนผสม เป็นต้น จะช่วยสร้างได้เสริมให้ชุมชนได้ดีมาก