Archives

เยาวชนรักบ้านเกิด สารคดีจากอัมรินทร์ทีวี

Youth love homeland Documentary from Amarin

หลังจากประเทศไทยเข้าสู่ระบบยุคทีวีดิจิตอลเต็มตัว ก็ทำให้มีช่องทีวีเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงรายการต่างก็ผุดขึ้นมาเยอะมาก บางรายการที่ดีแต่หาช่องออกอากาศได้ยากก็ลืมตาอ้าปากได้ก็คราวนี้ สารคดีเป็นหนึ่งในรายการแบบนั้นเมื่อก่อนสารคดีมีน้อยมาก แต่เดี๋ยวนี้มีเยอะขึ้นเราขอแนะนำสารคดีชุดหนึ่งที่ดีมากจากอัมรินทร์ทีวี นั่นคือ เยาวชนรักบ้านเกิด

เยาวชนรักบ้านเกิด ออกอากาศอย่างไร

รายการเยาวชนรักบ้านเกิดเป็นสารคดีที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปเป็นมาของพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย ออกอากาศทางช่องอัมรินทร์ทีวี ทุกวันเสาร์เวลา 06.00-07.00 น. หรือใครดูไม่ทันก็รอดูรีรันอีกทั้งวันอาทิตย์เวลา 23.00 น.ได้เหมือนกัน ทำไมเราถึงแนะนำสารคดีชุดนี้

เข้าถึงบ้านเกิดจริงๆ

คำว่าสำนึกรักบ้านเกิด อาจจะเป็นคนที่เคยได้ยินกันอยู่พักหนึ่ง วาทะกรรมนี้อาจจะเคยมีผลทางด้านการตลาดของภาคเอกชน แต่สารคดีชุดนี้ ต้องยอมรับว่าทีมงานเค้าเจาะเข้าไปถึงความเป็นบ้านเกิดของพื้นที่นั้นจริงๆ อย่างเช่น ตอนเข้าไปถ่ายทำชีวิตความเป็นอยู่ของชาวซาไก ก็ถ่ายกันจริง เห็นกันจริง(ยังดีเซนเซอร์) เรียกได้ว่าเข้าถึงบ้านเกิดอย่างมาก เนื้อหาบางตอนที่นำเสนอออกมาคนในพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่มานานอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเป็นอย่างไร

เหนือ ใต้ ออก ตก

สารคดีชุดนี้ได้กระจายออกไปถ่ายทำพื้นที่หลายแห่งเพื่อทำให้เราเข้าใจความเป็นบ้านเกิดของแต่ละพื้นที่ในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ทีมงานไปสำรวจจัดทำมาเป็นคลิปให้เราได้ศึกษากันหมดเลย นั่งดูไปก็จะทำให้เรามองเห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ในภาคต่างของประเทศ หรือแม้แต่จังหวัดในภาคเดียวกันบางเรื่องก็อาจจะแตกต่างกันจนเรานึกไม่ถึงก็มี

ประวัติ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

นอกจากภาพเคลื่อนไหว อีกหนึ่งอย่างที่สารคดีชุดนี้ทำออกมาได้ดีเลย นั่นคือ เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่หยิบเอามาเล่าประกอบระหว่างดูสารคดีไปด้วย ต้องบอกว่าทีมงานเตรียมตัวมาดีมาก เรื่องราวที่หยิบมาเล่าน่าสนใจ แต่ไม่น่าเบื่อเลย บวกกับน้ำเสียงคนพากย์(คนเล่าเรื่อง) น้ำเสียงทุ่มต่ำ นุ่ม ฟังสบาย ทำให้การได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้นเหมือนกับนั่งฟังคนเล่าให้ฟังมากกว่า หรือ จะเป็นการบรรยายข้อมูลสถานที่ก็ทำออกมาได้ดี ข้อมูลให้พอสังเขปไม่เยอะเกินไปจนเหมือนงานวิชาการ หรือ ไม่น้อยเกินไปจนเหมือนไม่เตรียมตัว ตอนเช้าวันเสาร์หากตื่นมาแล้วไม่รู้จะเปิดทีวีไปช่องไหน ขอแนะนำให้ลองเปิดดูสารคดีชุด เยาวชนรักบ้านเกิด จากอัมรินทร์ทีวี รับรองสนุกได้ความรู้ จนอยากจะไปเที่ยวเลย

กรุงเทพ มหานครเมืองแห่งแสงสีของนักท่องเที่ยว

bangkokpicture

กรุงเทพมหานครจัดว่าเป็นมหานครแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ กรุงเทพมีชื่อเสียงอย่างมากกว่าที่หลายคนคิดไว้ นอกจากความเจริญไปทั่วหัวระแหงแล้ว กรุงเทพมหานครยังจัดว่าเป็นนครแห่งแสงสีที่เต็มไปด้วยความสวยงาม และชีวิตอันหลากหลายมากมาย ทำไมใครถึงว่ากรุงเทพเป็นแบบนั้นมาดูกัน

กรุงเทพเมืองที่ไม่เคยหลับ

กรุงเทพมหานครเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่รวมกันถึง 10 ล้านคนเป็นอย่างน้อย หลากหลายชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันแต่ละคนก็มีนาฬิกาชีวิตไม่เหมือนกัน บางคนทำงานกลางวันนอนกลางคืน แต่บางคนตื่นมาทำงานกลางคืนนอนตอนกลางวัน นั่นจึงทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับลงได้เลยสักนาทีเดียวตลอดทั้งวัน ไม่เชื่อลองไปสังเกตดูสิบางพื้นที่เวลาตีสองตีสามนี่ยังคึกคักไม่แพ้ช่วงเวลาหัวค่ำเลย

กรุงเทพตึกระฟ้าสูงใหญ่มากมาย

ความศิวิไลซ์แม้จะวัดไม่ได้จากตึก อาคาร สิ่งก่อสร้างก็จริง แต่บางครั้งตึกระฟ้าเหล่านี้ก็บ่งบอกถึงความเจริญของเมืองนั้นได้เหมือนกัน กรุงเทพต้องน้อมรับฉายา ป่าคอนกรีต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมองไปทางไหนก็เห็นแต่ตึกระฟ้าสูงใหญ่มากมายตั้งเรียงรายกันเต็มไปหมด ตึกเหล่านี้พอตกกลางคืนก็จะเปิดไฟแสงสีเพื่อโฆษณาตึก และ ทำตามมาตรการรักษาความปลอดภัยไปด้วยในตัว

ความสนุกสนานอยู่รอบตัว

คำว่าเมืองแห่งแสงสี ไม่ได้หมายถึงแสงสีอย่างเดียว ยังหมายถึงสถานบันเทิงที่ให้ความสนุกสนานแก่ผู้คนอีกด้วย กรุงเทพเป็นแหล่งรวมความสนุกสนานมากมาย ภาคกลางวันก็จะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ และอีกมากมายรอให้เราไปเที่ยวกับแบบไม่รู้จบ พอตะวันตกดินแล้วก็ถึงเวลาความสนุกของผู้ใหญ่วัยทำงานที่อาจจะมานั่งฟังเพลง กินข้าว ดูหนัง หาคู่เดต หาเพื่อนพูดคุย ตามร้านอาหาร ผับบาร์ ที่พร้อมจะให้ทุกคนเสพความสนุกสนานเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานมาทั้งวัน จนถึงตีสอง

สารพัดงานอีเวนต์

แสงสีตระการตา ส่วนใหญ่จะมาจากการจัดงานอีเวนต์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆ กรุงเทพได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอีเวนต์มาก เอาแค่อีเวนต์ของแต่ละห้าง แต่ละศูนย์ประชุมก็เดินกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว ไหนจะอีเวนต์ตามเทศกาลสำคัญอีกไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ สงกรานต์ ฮาโลวีน วาเลนไทน์ ลอยกระทง คริสต์มาส แต่ละงานมักจะสร้างสีสันต์ แสงสีให้กับกรุงเทพมีความสวยงามมากขึ้น เพื่อทำให้เราอินไปกับบรรยากาศเทศกาลนั้นได้แบบไม่เคอะเขิน จากความสนุกสนานแสงสีเหล่านี้ทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองแห่งแสงสีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์สักครั้ง

 

ทำงานในกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด แตกต่างกันอย่างไร?

Working in Bangkok With provinces How different?

ในปัจจุบันคนต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นที่รู้กันที่ว่าในจังหวัดกรุงเทพมหานครนั้นค่าแรงจะสูงและมีตลาดแรงงานรับคนเข้าทำมาทำงาน แต่ในความเป็นจริงถ้าหากเราได้มองย้อนไปดูในความเป็นจริงแล้วคุณจะรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างการทำงานที่บ้านเกิดกับการทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผลการสำรวจจากโพลหลายที่ได้ทำการสรุปออกมาว่าการทำงานที่ต่างจังหวัดสามารถทำให้มีเงินเก็บมากกว่าคนทำงานกรุงเทพ ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะถูกกว่าก็ตาม ในขณะที่คนทำงานกรุงเทพได้รับเงินเดือนมากกว่า 1 เท่าตัวแต่กับไม่มีเงินเก็บ แถมบางคนต้องถึงขั้นกู้เงินมาใช้เพราะเงินชักหน้าไม่ถึงหลังทำให้เป็นหนี้ไปอีก ดังนั้นถึงสรุปง่ายๆ ได้ว่าสาเหตุที่คนทำงานกรุงเทพไม่มีเงินเก็บสาเหตุสำคัญอาจจะมาจากค่าครองชีพที่สูงกว่าต่างจังหวัด และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้คนที่ทำงานในกรุงเทพฯ ไม่มีเงินเก็บเลย

หลายสาเหตุที่ทำให้คนทำงานกรุงเทพอิจฉาคนที่ทำงานต่างจังหวัด สามารถแบ่งได้หลายสาเหตุดังนี้

  • ตลาดแรงงานหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น เอกมัย อโศก ลาดพร้าว สุขุมวิท หรือแม้กระทั่งฝั่งธนบุรีทุกที่ของกรุงเทพมหานครไม่มีวันไหนที่รถไม่ติดเลย ยิ่งในพื้นที่ที่กล่าวเมื่อสักครู่นั้นเป็นเส้นแดงที่ติดทุกวัน ติดวันละหลายชั่วโมง สาเหตุนี้จะทำให้พนักงานบริษัททุกคนจะประสบปัญหาไปทำงานสาย ร่างกายทรุดโทรมเพราะมลพิษ เกิดความเครียดสะสม และอีกมากมายกับปัญหาในท้องถนน
  • ค่าครองชีพสูงใช้จ่ายไม่พอ พนักงานที่ทำงานในกรุงเทพมหานครล้วนเป็นพนักงานที่มีค่ากันทุกคน ค่าตรงนี้หมายถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน
  • ไกล้กับสิ่งยั่วยุไม่ว่าจะเป็น ร้านเหล้า ผับ บาร์ โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ซึ่งสถานที่เหล่านี้ถือว่าเป็นสถานที่เผาผลาญเงินชั้นดี ยากที่จะหักห้ามใจไม่ให้ไปในสถานที่นั้นๆ
  • เจอกับสังคมที่มีการแข่งขันสูง เรียกง่ายๆ ว่าสังคมชิงดีชิงเด่น เป็นสังคมที่ไม่มีใครยอมใคร ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ข้าวของเครื่องใช้ ทำให้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คนในกรุงเทพจะฟุ่มเฟือย เพราะต้องซื้อของประโคมตัวเองเพื่อไปแข่งกับคนอื่น

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะต้องทำงานที่ไหน ถ้าหากว่าเรารู้จักอดออม ทำบัญชีครัวเรือนแล้วนั้นจะทำให้เรารู้จักการใช้เงินและเก็บออมมากยิ่งขึ้น เราจะรู้ว่าสิ่งไหนที่คุยกะใช้จ่าย หรือสิ่งไหนที่เกินจากความจำเป็น อย่างเช่น ซื้อกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เที่ยวกลางคืน หรือเครื่องสำอาง ฯลฯ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ถ้าหากเรามีความระมัดระวังการใช้เงิน เราก็จะสามารถมีเงินเก็บได้