รักบ้านเกิด กลับไปปลูกป่าเพื่อธรรมชาติ

Planting forests for nature

สถานการณ์ป่าไม้ถูกทำลายมีมากเนิ่นนานจวบจนถึงปัจจุบันนี้ยากจะแก้ไจ ซึ่งการที่ป่าจางหายหรือถูกทำลายไปล้วนแล้วแต่มาจากฝีมือมนุษย์และสร้างความหายกลับมาสู่โลกของเรา ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวนผิดธรรมชาติ เกิดภาวะโลกร้อน หรือเวลาที่ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลากก็ไม่มีอะไรมาคอยกั้น ฯลฯ ดังนั้น เพื่อให้ผืนป่ากลับมาสวยงาม สร้างประโยชน์ให้กับโลกดังเดิมเราทุกคนจึงควรหันกลับไปปลูกป่าสร้างธรรมชาติ หรืออาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสำนึกรักบ้านเกิด

ทำไมเราต้องหันมาปลูกป่าด้วย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าครั้งหนึ่งประเทศไทยของเราในส่วนที่เป็รพื้นที่ทางบกเคยถูกปกคุลมไปด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ เขียวขจีจนหลายๆ ประเทศต่างอิจฉา แต่ถึงกระนั้นก็มีการทำลายป่ามาเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลที่หลากหลายกันไป ทำให้ปัจจุบันเหลือพื้นที่ป่าน้อยกว่าร้อยละ 20 ของพื้นที่ทางบกทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันลดลงจนน่าใจหายจนอาจเรียกได้อย่างเต็มปากว่านี่คือปัญหาสิ่งแวดล้อมที่วิกฤตรุนแรงมากจริงๆ ในเมื่อเราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ป่าลดลงก็ควรจะทำอะไรทดแทนบ้าง

แล้วการปลูกป่าเพื่อธรรมชาติช่วยเรื่องอะไร?

สำหรับการปลูกป่าเพื่อธรรมชาติแน่นอนว่ามีข้อดีนานับประการ โดยจะขออธิบายไปทีละข้อ ดังนี้

  1. ลดภาวะโลกร้อน

ต้องขอบอกตรงนี้เลยว่าต้นไม้ 1 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถือเป็นตัวการที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนเข้าไปกักเก็บไว้เฉลี่ย 1-1.7 ตันคาร์บอน ทั้งยังสามารถดูดซับก๊าซอื่น อย่าง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ และก๊าซโอโซน ทีถือว่าเป็นก๊าซพิษต่อตัวเราได้อีกด้วย

  1. ได้อากาศสดชื่น บริสุทธิ์

ที่บอกว่าได้อากาศสดชื่น บริสุทธิ์นั้นเพราะต้นไม้ 1 ต้น จะสามารถปล่อยก๊าซออกจิเจน (รู้กันอยู่แล้วล่ะสิ) ซึ่งเป็นก๊าซที่เราๆ รวมถึงสัตว์ทั้งหลายต้องสูดหายใจต่อปีได้ถึง 200,000 – 250,000 ลิตร!! เรียกว่าปล่อยออกมาเพื่อคน 2 คนเลยทีเดียว เนื่องจากคนเรามีความต้องก๊าซออกซิเจนต่อคน ต่อปีอยู่ที่ 130,000 ลิตร

  1. เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย อาหารของสิ่งมีชีวิต

แน่นอนว่าสัตว์ป่าตัวใหญ่ สัตว์เล็กสัตว์น้อย หรือแม้แต่พืช อย่าง ไลเคน มอส เฟิร์นจะสามารถดำรงอยู่ได้เพราะมีป่าไม้ที่คอยให้ร่มเงา ให้ผลกิน ทั้งนี้ ดินที่ถูกรากจากป่าไม้ชอนไชจะทำให้เกิดความร่วยซุย กลายเป็นที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารชั้นดี เรียกว่าทำให้สัตว์ป่ามีอาหาร มีที่อยู่อาศัยต่อไป ไม่สูญพันธุ์ไปพร้อมกับจำนวนต้นไม่ที่ลดลง

ปลูกป่าง่ายๆ ทำได้ด้วยมือเรา

การปลูกป่านั้นหลายจังหวัดมีเป็นโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะที่ จ.เชียงราย และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ก็มีโครงการปลูกป่าชัยพัฒนาแม่ฟ้าหลวง, จ.ชลบุรี ก็จะมีโครงการสวนป่าสิริเจริญวรรษ จ.กาญจนบุรี ก็จะมีโครงการปลูกป่าห้วยองคต ฯลฯ ซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำการปลูกอย่างถูกต้อง แต่การปลูกป่าก็ต้องดูด้วยว่าต้องเลือกพันธุ์ไม้อะไรถึงจะเหมาะ การปลูก การดูแล เพราะแต่ละพื้นที่ก็จะมีสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน พันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกก็ควรเป็นพืชโตเร็ว เพื่อให้สัตว์เข้ามาเป็นตัวช่วยกระจายพันธุ์ รวมถึงต้องศึกษาหลักการดูแลหลังปลูก อย่าง พวกวัชพืช การทำแนวกันไฟป่า หรืออื่นๆ ด้วย

อันที่จริงคนส่วนใหญ่ล้วนใช้ชีวิตกันอยู่ในเมืองหลวง แน่นอนว่าแทบจะไม่มีป่าให้เราได้สัมผัส ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่แท้จริงเลย ซึ่งในบางครั้งเราอาจหลงลืมกันไปบ้างว่าจริงๆ แล้วเราสิ่งที่เราควรเห็นคุณค่าและคิดกลับไปทำก็คือการหันกลับไปปลูกป่าเพื่อธรรมชาติ “ในเมื่อเราทำลายเป็น เราก็ต้องสร้างเป็นด้วย”

 

วิธีปลูกป่าอย่างไรให้รวย

How to plant a forest

ใครจะไปคิดว่าการปลูกป่าจะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการลงทุนที่ทำกำไรสูง ในขณะที่ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศให้กับธรรมชาติอีกด้วย “ป่า” คือแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นในการก่อสร้าง เรากำลังพูดถึง “ไม้” จำนวนมากที่พวกเราตัดมาแปรรูปจากในป่า พวกมันถูกนำมาทำเป็น เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งราคาจะแพงตามคุณสมบัติของไม้ที่แตกต่างกันไป

การลงทุนแบบนี้ใช้ระยะเวลานานมาก อย่างที่รู้กันดีว่าต้นไม้กว่าจะโตจนใหญ่พอจะใช้งานได้ อย่างน้อยใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 – 20 ปี แต่มันก็คุ้มค่าเมื่อเวลามาถึง มันจะทำกำไรให้กับเราได้อย่างมหาศาล ด้วยการลงทุนเพียงน้อยนิด จึงเหมาะกับคนที่มีที่ดินเหลือใช้เยอะที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ก็ใช่ว่าจะปลูกไม้ชนิดใดได้ตามที่ต้องการ เราต้องดูถึงความเหมาะสมของคุณภาพดินในท้องถิ่น รวมถึงลักษณะสภาพอากาศในภูมิภาค

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเห็นไม้บางชนิดส่งออกเยอะในบางจังหวัด ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดสุรินทร์ ที่เป็นแหล่งผลิตไม้พะยูงขนาดใหญ่ของประเทศไทย ถือเป็นสินค้าราคาดีและเป็นที่ต้องการอย่างมาก ถ้าถามว่าทำไมไม้เหล่านี้ราคาจึงแพงมากนัก นั่นก็เพราะว่าทรัพยากรป่าไม้ของโลกกำลังลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะภายในประเทศไทยเองที่เหลือป่าเพียง 25% เท่านั้นเอง

รายได้จากการปลูกป่าดีแค่ไหน

แม้ว่าไม้ก่อสร้างจะเป็นที่ต้องการมากสุด แต่ที่ทำรายได้มากและเร็วคือ “ไม้เฟอร์นิเจอร์” เป็นไม้ที่มีความทนทาน มีลวดลายสวย อย่าง “ไม้พะยูงแปรรูป” มีราคาอยู่ที่คิวละ 45,000 บาท เป็นไม้ที่ราคาค่อนข้างดีอย่างมาก เพราะเป็นที่ต้องการในตลาดสูง โดยเฉพาะการสั่งซื้อจากประเทศจีน แต่ไม่ค่อยนิยมปลูกกัน เนื่องจากใช้เวลาในการปลูกนานกว่า 20 ปี

ลำดับรองลงมาคือ “ต้นยางนา” เป็นไม้ที่ต้องการในตลาด ใช้เวลาในการลงทุนประมาณ 15 ปี สามารถทำกำไรต่อต้นได้สูงสุดถึง 40,000 บาท อีกประเภทหนึ่งคือ “ไม้กระถิน” ใช้เวลาปลูกไม่เกิน 10 ปี นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย เพราะมันโตเร็วมากโดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ลงทุนเพียงไม่กี่หมื่นบาทและไม่ต้องดูแลบ่อย เป็นวัสดุที่ช่างเฟอร์ชอบเอามาใช้ เพราะทำงานด้วยได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม การที่จะปลูกป่าได้จำเป็นต้องมีความรู้ และความเอาใจใส่ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าจะปลูกทิ้งไว้แล้วรอวันตัดอย่างเดียว อย่างน้อยต้องเข้าไปดูแลทุกปี เพื่อจะได้มั่นใจว่ามันจะให้ผลผลิตสูงสุดเมื่อโตเต็มที่ สิ่งสำคัญเลยสำหรับคนที่อยากหันมาลงทุนในด้านนี้คือ “ความอดทน” ซึ่งมันจะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเห็นผลที่ได้ทำลงไป

 

รักบ้านเกิดเพลง ที่เราคุ้นหูที่สุด

hammerpic

เพลงเกี่ยวกับบ้านเกิดถือว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำออกมาเยอะมากในท้องตลาด เพลงกลุ่มนี้หลายเพลงแต่งออกมาได้ดีมากทั้งเนื้อร้อง ดนตรี ฟังแล้วติดหูเลย จนทำให้บางเพลงขึ้นแท่นความนิยมแบบอมตะผ่านเวลาไปกี่ปีจะหยิบขึ้นมาฟังใหม่ก็ยังฟังได้ ฟังดีอยู่เหมือนเดิม อย่างเช่นเพลงแนะนำของเรา เพลงชื่อว่ารักบ้านเกิด เพลงนี้อาจจะไม่คุ้นแต่บอกเลยว่าฟังแล้วจะบอกว่าทำไมคุ้นหูจัง

เพลงรักบ้าน เกิด โดยแฮมเมอร์

เพลงรักบ้านเกิดของเรา เป็นผลงานศิลปินเพื่อชีวิต นามว่า แฮมเมอร์ เชื่อว่าสายเพื่อชีวิตคงต้องเคยสัมผัสงานของเค้ามาแล้ว เพลงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตของเค้าเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของเพลงนี้เป็นเรื่องของดนตรีที่ฟังง่าย สบายหู เหมือนกับเพื่อนเล่นกีตาร์ให้ฟังในวงสนทนา โดยมีเสียงทะเลเคล้าคลออยู่ข้างๆ ฟังแล้วก็เพลิดเพลินไปตลอดทั้งเพลงจนอยากจะฟังซ้ำต่ออีกรอบ

hammerpicnew

เนื้อเพลงฟังง่าย

เพลงนี้เนื้อเพลงจะเล่าถึงการสำนึกรักบ้านเกิดในมุมมองของพวกเค้าเอง เค้าเรียบเรียงเนื้อเพลงโดยใช้ภาษาแบบง่ายๆไม่ซับซ้อนอะไรเลย ฟังง่ายแบบฟังแล้วรู้เรื่องเลยว่าพูดถึงอะไร ไม่ต้องซับซ้อนอะไรเลย แต่ความเรียบง่ายกลับแฝงไปด้วยคติชนที่อาจจะต้องคอฟังอีกรอบว่าหมายความว่าอย่างไร รวมถึงการตีความที่อาจจะทำให้เราได้กลับมาขบคิดอะไรบ้างว่าเราได้สำนึกรักบ้านเกิดจริงๆบ้างไหม หรือ เราทำเพียงแค่ลมปาก กับการกระทำเพียงแค่ผิวเผินจนบอกว่าเราสำนึกรักบ้านเกิดแล้วนะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง

ช่วงกลางเพลงเนื้อเพลงได้ชักชวนให้เรากลับมาสำนึกรักบ้านเกิด พร้อมกับแนะนำแนวทางการสร้างคุณธรรมในตัวเองอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องทำอะไรยากมากนัก ท่อนที่ว่า จริยธรรม สู่ความสดใส อนาคตงานวิลไ น้ำใจไม่ให้เหือดหาย คือสายใยแห่งความดีงาม เป็นการยกคำพูดที่บ่งบอกอะไรหลายอย่างได้ดี

อีกท่อนหนึ่งที่สะท้อนอะไรหลายอย่างแบบเจ็บนิดๆก็คือ ท่อนแรกเลยที่พูดถึงการด้อยการศึกษาของบ้านเราเอง(ในชนบทห่างไกล) ที่หาคนมีความรู้ได้น้อย เลยเชิญชวนให้เยาวชนของบ้านไปเรียนหนังสือให้มีวิชา จากนั้นก็กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ซึ่งนี่เป็นหัวใจสำคัญของการสำนึกรักบ้านเกิดเลยทีเดียว บ้านเกิดจะพัฒนาไม่ได้เลยหากขาดคนรุ่นต่อไปมาพัฒนาบ้านเกิดให้พัฒนาต่อไป โดยรวมนี่เป็นอีกเพลงที่ให้กลิ่นอายของความเป็นเพื่อชีวิต และดนตรีกลิ่นอายพี่น้องชาวใต้ได้ดี ลองไปหาฟังกันดู