กรุงเทพ มหานครเมืองแห่งแสงสีของนักท่องเที่ยว

bangkokpicture

กรุงเทพมหานครจัดว่าเป็นมหานครแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ กรุงเทพมีชื่อเสียงอย่างมากกว่าที่หลายคนคิดไว้ นอกจากความเจริญไปทั่วหัวระแหงแล้ว กรุงเทพมหานครยังจัดว่าเป็นนครแห่งแสงสีที่เต็มไปด้วยความสวยงาม และชีวิตอันหลากหลายมากมาย ทำไมใครถึงว่ากรุงเทพเป็นแบบนั้นมาดูกัน

กรุงเทพเมืองที่ไม่เคยหลับ

กรุงเทพมหานครเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่รวมกันถึง 10 ล้านคนเป็นอย่างน้อย หลากหลายชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันแต่ละคนก็มีนาฬิกาชีวิตไม่เหมือนกัน บางคนทำงานกลางวันนอนกลางคืน แต่บางคนตื่นมาทำงานกลางคืนนอนตอนกลางวัน นั่นจึงทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับลงได้เลยสักนาทีเดียวตลอดทั้งวัน ไม่เชื่อลองไปสังเกตดูสิบางพื้นที่เวลาตีสองตีสามนี่ยังคึกคักไม่แพ้ช่วงเวลาหัวค่ำเลย

กรุงเทพตึกระฟ้าสูงใหญ่มากมาย

ความศิวิไลซ์แม้จะวัดไม่ได้จากตึก อาคาร สิ่งก่อสร้างก็จริง แต่บางครั้งตึกระฟ้าเหล่านี้ก็บ่งบอกถึงความเจริญของเมืองนั้นได้เหมือนกัน กรุงเทพต้องน้อมรับฉายา ป่าคอนกรีต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมองไปทางไหนก็เห็นแต่ตึกระฟ้าสูงใหญ่มากมายตั้งเรียงรายกันเต็มไปหมด ตึกเหล่านี้พอตกกลางคืนก็จะเปิดไฟแสงสีเพื่อโฆษณาตึก และ ทำตามมาตรการรักษาความปลอดภัยไปด้วยในตัว

ความสนุกสนานอยู่รอบตัว

คำว่าเมืองแห่งแสงสี ไม่ได้หมายถึงแสงสีอย่างเดียว ยังหมายถึงสถานบันเทิงที่ให้ความสนุกสนานแก่ผู้คนอีกด้วย กรุงเทพเป็นแหล่งรวมความสนุกสนานมากมาย ภาคกลางวันก็จะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ และอีกมากมายรอให้เราไปเที่ยวกับแบบไม่รู้จบ พอตะวันตกดินแล้วก็ถึงเวลาความสนุกของผู้ใหญ่วัยทำงานที่อาจจะมานั่งฟังเพลง กินข้าว ดูหนัง หาคู่เดต หาเพื่อนพูดคุย ตามร้านอาหาร ผับบาร์ ที่พร้อมจะให้ทุกคนเสพความสนุกสนานเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานมาทั้งวัน จนถึงตีสอง

สารพัดงานอีเวนต์

แสงสีตระการตา ส่วนใหญ่จะมาจากการจัดงานอีเวนต์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆ กรุงเทพได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอีเวนต์มาก เอาแค่อีเวนต์ของแต่ละห้าง แต่ละศูนย์ประชุมก็เดินกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว ไหนจะอีเวนต์ตามเทศกาลสำคัญอีกไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ สงกรานต์ ฮาโลวีน วาเลนไทน์ ลอยกระทง คริสต์มาส แต่ละงานมักจะสร้างสีสันต์ แสงสีให้กับกรุงเทพมีความสวยงามมากขึ้น เพื่อทำให้เราอินไปกับบรรยากาศเทศกาลนั้นได้แบบไม่เคอะเขิน จากความสนุกสนานแสงสีเหล่านี้ทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองแห่งแสงสีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์สักครั้ง

 

ทำงานในกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด แตกต่างกันอย่างไร?

Working in Bangkok With provinces How different?

ในปัจจุบันคนต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นที่รู้กันที่ว่าในจังหวัดกรุงเทพมหานครนั้นค่าแรงจะสูงและมีตลาดแรงงานรับคนเข้าทำมาทำงาน แต่ในความเป็นจริงถ้าหากเราได้มองย้อนไปดูในความเป็นจริงแล้วคุณจะรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างการทำงานที่บ้านเกิดกับการทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผลการสำรวจจากโพลหลายที่ได้ทำการสรุปออกมาว่าการทำงานที่ต่างจังหวัดสามารถทำให้มีเงินเก็บมากกว่าคนทำงานกรุงเทพ ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะถูกกว่าก็ตาม ในขณะที่คนทำงานกรุงเทพได้รับเงินเดือนมากกว่า 1 เท่าตัวแต่กับไม่มีเงินเก็บ แถมบางคนต้องถึงขั้นกู้เงินมาใช้เพราะเงินชักหน้าไม่ถึงหลังทำให้เป็นหนี้ไปอีก ดังนั้นถึงสรุปง่ายๆ ได้ว่าสาเหตุที่คนทำงานกรุงเทพไม่มีเงินเก็บสาเหตุสำคัญอาจจะมาจากค่าครองชีพที่สูงกว่าต่างจังหวัด และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้คนที่ทำงานในกรุงเทพฯ ไม่มีเงินเก็บเลย

หลายสาเหตุที่ทำให้คนทำงานกรุงเทพอิจฉาคนที่ทำงานต่างจังหวัด สามารถแบ่งได้หลายสาเหตุดังนี้

  • ตลาดแรงงานหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น เอกมัย อโศก ลาดพร้าว สุขุมวิท หรือแม้กระทั่งฝั่งธนบุรีทุกที่ของกรุงเทพมหานครไม่มีวันไหนที่รถไม่ติดเลย ยิ่งในพื้นที่ที่กล่าวเมื่อสักครู่นั้นเป็นเส้นแดงที่ติดทุกวัน ติดวันละหลายชั่วโมง สาเหตุนี้จะทำให้พนักงานบริษัททุกคนจะประสบปัญหาไปทำงานสาย ร่างกายทรุดโทรมเพราะมลพิษ เกิดความเครียดสะสม และอีกมากมายกับปัญหาในท้องถนน
  • ค่าครองชีพสูงใช้จ่ายไม่พอ พนักงานที่ทำงานในกรุงเทพมหานครล้วนเป็นพนักงานที่มีค่ากันทุกคน ค่าตรงนี้หมายถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน
  • ไกล้กับสิ่งยั่วยุไม่ว่าจะเป็น ร้านเหล้า ผับ บาร์ โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ซึ่งสถานที่เหล่านี้ถือว่าเป็นสถานที่เผาผลาญเงินชั้นดี ยากที่จะหักห้ามใจไม่ให้ไปในสถานที่นั้นๆ
  • เจอกับสังคมที่มีการแข่งขันสูง เรียกง่ายๆ ว่าสังคมชิงดีชิงเด่น เป็นสังคมที่ไม่มีใครยอมใคร ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ข้าวของเครื่องใช้ ทำให้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คนในกรุงเทพจะฟุ่มเฟือย เพราะต้องซื้อของประโคมตัวเองเพื่อไปแข่งกับคนอื่น

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะต้องทำงานที่ไหน ถ้าหากว่าเรารู้จักอดออม ทำบัญชีครัวเรือนแล้วนั้นจะทำให้เรารู้จักการใช้เงินและเก็บออมมากยิ่งขึ้น เราจะรู้ว่าสิ่งไหนที่คุยกะใช้จ่าย หรือสิ่งไหนที่เกินจากความจำเป็น อย่างเช่น ซื้อกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เที่ยวกลางคืน หรือเครื่องสำอาง ฯลฯ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ถ้าหากเรามีความระมัดระวังการใช้เงิน เราก็จะสามารถมีเงินเก็บได้

กรุงเทพฯ เข้าโหมดเงียบสงัดในหน้าเทศกาล

Bangkok enters silent mode on the festival page.pic

เนื่องจากปัจจุบันนั้นแรงงานที่เข้ามาทำงานในจังหวัดกรุงเทพมีค่อนข้างมาก บางคนดั้งเดิมเป็นคนต่างจังหวัดแต่มาสร้างครอบครัวที่นี่ บางคนก็เข้ามาเพื่อทำงานหาเลี้ยงครอบครัวทางบ้าน ส่วนน้อยมากที่จะเป็นคนกรุงเทพฯ แท้ๆ ในเทศกาลวันหยุดยาวต่างๆ คนส่วนใหญ่มักจะกลับต่างจังหวัดเพื่อไปหาครอบครัว กินเลี้ยงสังสรรค์ คล้ายกับเป็นวันรวมญาติเลยก็ว่าได้ เมื่อไหร่ที่ถึงวันหยุดยาว กรุงเทพฯ เมืองที่แสนวุ่นวายจะเงียบสงัดทันที ร้านค้าต่างๆ เช่น อาหารตามสั่ง ร้านขายของชำก็จะปิดเพราะคนกลับบ้านกันหมด ทำให้คนกรุงเทพฯ ในวันหยุดยาวหรือหน้าเทศกาลนั้นก็จะเพิ่งช้อปปิ้งสินค้าในห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นต้น

แต่บางทีการที่เราจะเดินทางไปต่างจังหวัดวันหยุดยาว เรามักจะเจอปัญหากับ ที่พักเต็ม รถทัวร์เต็ม เครื่องบินเต็ม หรือไปแล้วแต่เวลาขากลับไม่สามารถกลับมาได้ วันนี้เราจะมาบอกวิธีการเตรียมตัวเวลาที่จะไปต่างจังหวัดกัน ว่าควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  • เตรียมตัวเดินทางตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะคุณไม่ใช่คนเดียวจะต้องเดินทาง คนส่วนใหญ่มักจะเดินทางช่วงไกล้วันหยุดยาวอย่างน้อย 1 วัน ดังนั้นคุณต้องจองตั๋วทั้งที่พัก และเดินทางให้เรียบร้อย ห้ามชะล่าใจไปซื้อก่อนวันไป 1 -2 วันเด็ดขาด ยิ่งถ้าหากเดินทางโดยเครื่องบินด้วยแล้วต้องรีบจองล่วงหน้า 2-3 เดือนเลยเพราะจะได้ราคาตั๋วที่ถูกกว่าปกติ บางคนจองล่วงหน้าเป็นปีเลยก็มี
  • ก่อนที่จะไปคุณต้องวางแผนให้ดีว่าคุณจะไปที่ไหนบ้าง ลองหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเวลาคุณกลับบ้านจะได้ไม่เบื่อที่จะต้องนั่งอยู่บ้านอย่างเดียวไม่ได้ออกไปไหน
  • รู้จักเผื่อเวลาก่อนออกเดินทาง ก่อนที่คุณจะไปที่สนามบิน หรือหมอชิต จุดหมายทั้งสองนี้เรียกว่าจุดสมรภูมิก็เป็นได้ เพราะรถติดมาก ซึ่งถ้าหากไม่เผื่อเวลาก่อนออกไป คุณอาจจะเช็คอินไม่ทัน หรือตกรถทำให้ต้องเสียทั้งเงินและเวลากับการซื้อตั๋วใหม่
  • เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ก่อนที่คุณจะแพ็คกระเป๋า คุณต้องคิดอยู่เสมอว่า คุณจะเอาอะไรไปบ้าง ไปกี่วัน อากาศที่นั้นเป็นอย่างไร เพื่อเป็นการวางแผนและเตรียมความพร้อมไม่ให้บกพร่องระหว่างการเดินทาง
  • เช็คสถานที่ท่องเที่ยวในวันหยุดยาว บางสถานที่อาจจะเป็นสถานที่ยอดนิยมเกินไปจนทำให้เวลาเราไปเที่ยวแล้วรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก เสี่ยงต่อการพลัดหลงของลูกหลานอีกด้วย
  • เตรียมมือรับทุกสถานการณ์ ในเทศกาลวันหยุดยาวเวลาที่เรากลับบ้านนั้น คุณจะเห็นข่าวตามโทรทัศน์มากมายเช่น มีปัญหาบนท้องถนน กระเป๋าเดินทางหาย ตกเครื่องบิน ตกรถทัวร์ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเดินทางคือคุณต้องทำประกันภัยการเดินทางไว้ด้วย เดี๋ยวนี้ประกันภัยเขาครอบคลุมหมดทุกอย่างแล้วค่ะ

วันหยุดยาวปีนี้อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ดี ขอให้เดินทางปลอดภัยและมีความสุขกับคนที่รอคอยอยู่นะค่ะ